โชคดี..Karnjanaburi trip

ผ่านมาสิบกว่าวันแล้วกับทริปกาญจนบุรีของเรา จริงๆก้อขี้เกียจเขียนบล็อก..แต่คิดว่าน่าจะบันทึกไว้สักหน่อยเผื่อว่ามีใคร search หาข้อมูลในกูเกิ้ล นึกอยากจะทำอะไรแบบพวกเราขึ้นมาบ้าง

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาไปทัวร์อิ่มบุญกับเพื่อนๆอีกหกคน คือฝ้าย ทอม แพรว ซวง บอท และโมริ
ทริปนี้เราใช้เวลาวางแผนเตรียมตัวกันประมาณเดือนนึงแล้วก้อเป็นรูปเป็นร่่างมากขึ้นเรื่อยๆด้วยความร่วมมือร่วมใจของเพื่อนๆ^^
เจ็ดคน..กับสามอาชีพ ที่ทำเอางงกันไป เนื่องจากฝ้ายกับทอมนึกว่าบอทกับโมริเป็นหมอ ส่วนบอทก้อนึกว่าฝ้ายกับทอมเป็นหมอ สรุปแล้วสี่คนนี้ไม่มีใครเป็นหมอกันเลย 555 ..ฝ้ายกับทอมเป็นวิดวะ บอทเรียนวิดยา ส่วนโมริก้อวิดยา..แต่กำลังจะกลายเป็นชาวนา ^^

ดูในอัลบั้มประกอบไปนะคะ
…เราเริ่มออกเดินทางกันก้อประมาณเก้าโมงเช้า จากกทม.ไปกาญ ใช้เวลาสามสี่ชั่วโมง ไปถึงน้ำตกไทรโยคใหญ่กันตอนบ่ายสอง ลงล่องแพ กินอาหารกลางวันกันในแพ สนุกสนานกับการเรียนภาษาญี่ปุ่น (แต่ละคำ เจริญๆกันทั้งน้านนน) และกรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปกันตามสมควร

…ต่อมามุ่งหน้าไปวัดป่าสุนันทวราราม ซึ่งอยู่ในอ.ไทรโยคนั่นเอง เป็นวัดของหลวงพ่อมิตซูโอะ (ใครขึ้นรถไฟฟ้าบ่อยๆคงเคยเห็นหนังสือที่แจกอยู่ตามสถานีนะคะ นั่นแหละเป็นผลงานของท่าน) พวกเราซื้อยาไปถวาย เดินเล่น อุดหนุนของจากฝีมือชาวบ้านในวัด หนังสือธรรมะ ..โชคดีเป็นของโมริที่ถึงแม้พระอาจารย์มิตซูโอะไม่อยู่แต่ก้อมีพระญี่ปุ่นอยู่คุยด้วย ท่านเลยสัมภาษณ์เป็นกิจจะภาษาญี่ปุ่น คงรู้สึกดีพิลึกกับการอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแล้วเจอคนพูดภาษาเดียวกัน (จำได้ว่าตอนกลับจากเมืองนอกถึงสนามบินสุวรรณภูมิ รู้สึกดีเป็นบ้าที่ได้ยินพนักงานทำความสะอาดอุทานคำว่าขอโทษ) หลังจากนั้นเห็นได้ชัดว่าใบหน้าโมริเริ่มมีรอยยิ้ม ร่องรอยความเคร่งเครียดจางลง…ขอสรุปคำสอนของพระอาจารย์สั้นๆว่า..positive thinking ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นในชีวิต ให้มองว่าเป็นโชคดีเสมอ..สั้น ง่าย ได้ใจความสุดๆ

…ออกจากวัด ฝนตกใหญ่เรยย โชคดีที่เราไม่ต้องหาร้านอาหารเรื่อยเปื่อย เรามีจุดหมายอยู่ที่"ร้านคุณลุง" โชคดีที่เรามี navigator GPRS ของฝ้ายช่วยนำทาง ประหยัดเวลาไปได้โข..อร่อยใช้ได้ บรรยากาศโอเค แต่โมริมีปัญหากับอาหารไทยรสจัด(สำหรับเค้า)อีกแล้ว อาการปวดท้องเริ่มกำเริบ

…แล้วเราก้อได้ GPRS มาช่วยนำทางในความมืดไปโรงเรียนหมู่บ้านเด็กอีก ..เก่งมากค่า ! ในที่สุดก้อมาถึงจนได้ หนทางภายในเขตโรงเรียนทุลักทุเลพอสมควรราวกับว่าอยากจะอนุรัักษ์ให้เด็กอยู่กับธรรมชาติ ที่นั่นเราเจอฝรั่งที่เป็นอาสาสมัครมาสอน หลายคน หลายชาติทีเดียว …เล่นกับเด็กที่ห้องสมุดพอเป็นกระษัยแล้วก้อไปบ้านพักกัน เป็นบ้านพักที่ติดแม่น้ำ บรรยากาศดีใช้ได้ ไม่มียุงนะ ไม่ได้สะดวกสบายแต่ว่าก้อใช้ได้ทีเดียว นอนได้สิบคน จะมากกว่านั้นก้อได้ถ้าเบียดๆกันแล้วหาที่นอนมาเอง แต่อย่างน้อยก้อควรมีผู้ชายไปด้วยในสัดส่วนพอเหมาะ มันก้อคงไม่มีอะไรหรอกแต่ว่าบ้านมันไม่มีกุญแจแล้วก้อดูเปิดเผยซะ ประตูตะละบานนี่พะงาบๆเชียว เจ้าหน้าที่พามาส่งแล้วก้อวางใจในความปลอดภัยม้ากมากจนเราต้องเป็นห่วงตัวเอง^^ คืนนั้นเรานั่งเล่นไพ่กันจนเกือบเที่ยงคืน น่าสงสารโมริที่ปวดท้องได้ทั้งคืน และเนื่องจากมีหมอไปด้วยสามคน โมริผู้น่าสงสารจึงได้ยาสามขนานไปกิน เอิ๊กๆๆ ไม่หายให้มันรู้ไป !

…ตื่นเช้ามาได้ยินเสียงไก่ขัน อาบน้ำในห้องน้ำแบบ open air เก๋ไก๋ แล้วก้อเดินไปอาศัยโรงครัวทำบัวลอย..เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ทำ และกินบัวลอยไข่หวานในน้ำขิง..ก้ออร่อยดีนะกับสูตรน้องแพรวสุดสวย อืม..แล้วโมริก้อไม่หายปวดท้องแหละ 555 เลยอดกินบัวลอยสามัคคีฝีมือพวกเรา (อาจนับเป็นโชคดี 555) และเนื่องจากบัวลอยเหลือ ไข่หวานเหลือ เราจึงได้เผื่อแผ่และเผยแพร่อาหารไทยให้แก่ฝรั่งอาสาผู้โชคดี โดยเอาชามบัวลอยตั้งร่วมกับกับข้าวที่แม่บ้านทำไว้ให้ที่โรงครัว เป็นของหวานคู่กันได้พอดิบพอดี^^  …ว่าแล้วเด็กก้อเดินมาตามถึงที่ ว่าเค้ารอกันอยู่ เหอๆ..เด็กเค้าต้องมีการกล่าวขอบคุณเจ้าภาพกันด้วยล่ะแหะๆ แล้วพวกเราก้อได้ตักข้าวต้มแจกเด็กกัน มีผลไม้ นมกล่องให้ด้วย..กินเสร็จแล้วพี่เจ้าหน้าที่ก้อพาไปดูผลงานของเด็กๆทั้งผ้าบาติก สร้อยถัก ผ้าทอ ภาพเขียน ตุ๊กตาดินเผา โดยเด็กที่นี่อายุตั้งแต่ 4-18 ปี เค้าจึงเน้นให้เรียนวิชาชีพเพื่อที่ออกไปแล้วจะได้เลี้ยงตัวเองได้ แล้วก้อเดินดูห้องเรียนของเด็กๆ ทัวร์โรงเรียนกัน ..ห้องเรียนเริ่ดค่ะ หันหน้าเข้าหากันเป็น group study ไม่ใช่หันหน้าแบบ lecture สื่อสารทางเดียวอย่างที่พวกเราเรียนกันมา มีโรงภาพยนตร์ด้วย วันนั้นเด็กๆกำลังดูปลาบู่ทองกันอย่างสนุกสนาน เฮ้อ! ฮิตจริงๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง…แล้วเราก้อได้มอบเงินบริจาคและตุ๊กตุ่นตุ๊กตาเสื้อผ้า ของที่พี่ๆเพื่อนๆช่วยกันบริจาคกันมามากมาย ยอดเงินรวมทั้งหมด 14,300 นะคะ เป็นค่าอาหารเช้า 3,300 ที่เหลือได้ให้เป็นทุนการศึกษาเด็กๆ ขออนุโมทนากับทุกๆคนที่ร่วมทำบุญกันมาค่ะ^^

…กว่าจะได้ออกจากโรงเรียนก้อร่วมเที่ยง ไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้านริมสะพาน ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว วิวสวยทีเดียวค่ะ อาหารใช้ได้ เค้กอาหร่อยน่ากินมาก ห้องน้ำสวยอีกตะหาก..แล้วก้อไปเก็บภาพกันที่สะพานข้ามแม่น้ำแควก่อนจะมุ่งตรงสู่กทม. อ้อ! แวะร้านแก้วซื้อของฝากก่อนกลับค่ะ

..จบแล้วทริปทัวร์บุญของเรา มานับเรื่องโชคดีของเรากันดีกว่า

โชคดีที่เรามีเพื่อนร่วมทางดีๆ
โชคดีที่เรามีเวลาว่างตรงกัน
โชคดีที่เรามีรถสองคันพอดี และมีคนขับน่ารักๆสองคน (และโชคดีที่เรารอดชีวิตกันมาได้ 555)
โชคดีที่ได้เจอพระญี่ปุ่นใจดี ทำให้โมริยิ้มได้
โชคดีที่แพรวรู้จักคนเยอะแยะมากมาย ทำให้เราประหยัดทั้งเงินและเวลา รวมทั้งได้เจอแต่คนใจดีๆ
โชคดีที่ประเทศไทยเรามีอะไรแบบ..โรงเรียนหมู่บ้านเด็กแห่งนี้
โชคดีที่เราได้ไปเห็นเด็กๆที่น่ารักทั้งหลาย
โชคดีที่เรามีเพื่อนๆใจดีบริจาคสิ่งของและเงินมากมาย
โชคดี..โชคดี..โชคดีอีกเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วน

…แล้ววันนี้เรื่องโชคดีของคุณคืออะไร ?

This entry was posted in ท่องเที่ยว. Bookmark the permalink.

4 Responses to โชคดี..Karnjanaburi trip

  1. Narakorn says:

    โชคดี … ที่ได้มีเพื่อนแสนดี อย่างขนุนจ้า ^___^Thank you so much na~

  2. praew says:

    โชคดีที่วันนี้ยังมีลมหายใจค่ะ

  3. ning says:

    เป็นวัดที่อยากเดินทางไปเหมือนกัน เราติดใจจากการได้อ่านหนังสือของท่านมิตซูโอะจากร้านกาแฟข้างหน้าห้องสมุดอารีย์นี่แหล่ะ เขียนได้เข้าใจง่ายดี ตอนพักฟื้นจากผ่าตัดก็แหน็บเอาไปอ่านเหมือนกัน แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าหัวหน้าพยาบาลแกก็ติดตามผลงานของพระท่านนี้เหมือนกัน โลกมันช่างกลมเสียจริง !!!

  4. Pooh says:

    ตามมาเที่ยวค่ะ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s