เมื่อฉันถูกสัมภาษณ์

วันก่อนรู้สึกเสมือนเป็นคนไข้ถึงสองรอบ
..รอบแรก สัมภาษณ์คัดเลือกไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
มีอาจารย์สองท่านกับรุ่นพี่(ที่เป็นน้อง)อีกหนึ่งห้อง…รู้สึกประหลาดๆดีแท้ จริงๆก้อคล้ายๆ oral exam แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว
เข้าห้องแรกเป็นห้องน้อง..มีน้องนั่งอยู่สองคน ปีห้ากะ extern ..ช่างเป็นเจ็ดนาทีที่นานมากของขนุน ตะกุกตะกัก คิดอาไรไม่ออก กดดันคับ
ห้องต่อมาเป็นอ.สมชัย …ช่าง flow ลื่นไหล สบายๆ ขำขันเป็นระยะๆ ถึงคิดไม่ออกก้อรู้สึกเหมือนว่าจะต้องคิดออกในไม่ช้า รู้สึกบรรยากาศดีมาก
ห้องสุดท้ายอ.สรชัย …เรื่อยเปื่อยๆเลยคะ รู้สึกกลางๆว่าตอบได้เรื่อยๆแต่ไม่ดีมาก

รู้สึกว่าสิบห้านาทีกับอาจารย์มันผ่านไปรวดเร็วกว่าเจ็ดนาทีกับน้องๆ !

..รอบสอง เสร็จแล้วนึกครึ้มๆเดินไปคลินิกแพทย์แผนไทย อบสมุนไพร สูดกลิ่นพิมเสนการบูรซะหน่อย ก้อเราเป็นหวัดไม่มีไข้นี่นา ตรงตาม criteria เป๊ะ
มาทำ OPD card เค้าครั้งแรกก้อต้องซักประวัตินานหน่อย
..ดื่มน้ำวันละกี่แก้ว (คิดนาน) กินอาหารวันละกี่มื้อ ตรงเวลาหรือเปล่า ออกกำลังกายบ้างไหม โรคประจำตัว เคยกินยาสมุนไพรหรือเปล่า ปัสสาวะวันละกี่ครั้ง ระบบขับถ่ายเป็นยังไง บลาๆๆ
..รู้สึกประหลาดดีแท้อีกแล้ว เกิดมาไม่เคยเป็นคนไข้ในให้ใครมาถาม review system แบบนี้ พอไปหยิบแฟ้มตัวเองมาดูทีหลังนะ ที่เค้าบันทึกลงไปมันก้อคลาดเคลื่อนไปจากความจริงเล็กน้อย อาทิ..รับประทานอาหาร 3 มื้อ มื้อเช้าไม่ค่อยตรงเวลา กลายเป็น "รับประทานอาหาร 3 มื้อ ตรงเวลา" …ประสบอุบัติเหตุข้อศอกเคลื่อนตอนป.4 ผ่าตัดด้วย กลายเป็น "ประสบอุบัติเหตุข้อศอกเคลื่อนเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ผ่าตัดข้อศอกเคลื่อนเมื่อ 13 ปีที่แล้ว"
เกรื๊อกกก..ใครว่าฉันอยู่ป.4 เมื่อ 14 ปีที่แล้วยะ แล้วใครมันจะผ่าตัดเมื่อ 1 ปีผ่านไป แต่เข้่าใจได้และไม่ใช่เรื่องเสียหายหนักหนา
จริงๆแล้วรู้สึกว่าเป็นคนไข้ที่ให้ประวัติได้ค่อนข้างแย่
ดื่มน้ำวันละกี่แก้ว..เงียบ..เงียบไปนานเพราะไม่เคยรู้ว่าตัวเองกินน้ำวันละกี่แก้ว
"ประมาณ 8 แก้วค่ะ" (คิดว่าฉันก้อกินพอๆกะชาวบ้านปกติทั่วไป เค้าแนะนำให้กินวันละ 8 แก้วเนอะ คงประมาณนั้นแหละ)
ปัสสาวะวันละกี่ครั้ง..เงียบ..นานอีกกว่าจะคิดเลขออก ถามคนอื่นมาหลายสิบรอบแต่ไม่เคยถามตัวเอง
"ประมาณ 6-7 ครั้งค่ะ" (2-3 ชม/ครั้ง วันนึงมี 24 ชม แต่ตอนนอนไม่ได้ลุกเข้าห้องน้ำ หักไป 6 เหลือ 18 หารสามได้ 6 อ่าาาประมาณนี้แหละ)
และอีกหลายคำถามที่ให้อารมณ์ดุจเดียวกัน..

บางทีเราอาจจะเพิ่งเข้าใจ "การซักประวัติ" วันนี้เอง
เพิ่งรู้ว่าเวลาคนไข้เจอรัวคำถามพื้นๆเข้าไปแล้ว มันก้อมึนๆกดดันเล็กๆและมักให้คำตอบได้ไม่ดี
เพิ่งรู้ว่าท่าทีของแพทย์และบรรยากาศมีผลมากขนาดไหน
เพิ่งรู้ว่าเวลาสั้นๆจะใช้ให้มีความหมายได้อย่างไร

…เรื่องนี้เห็นชัดมากจากการที่คนคนเดียวเดินเข้าห้องสามห้องแล้วเดินออกมาสามความรู้สึก
ห้องแรก..คำถามแรกคือ introduce yourself ตอบได้หนึ่งนาที คำถามที่สอง สาม สี่ ห้า บลาๆๆ ก้อตามมา พระเจ้าช่วย แล้วฉันก้อคิดอะไรไม่ออกเลย ระหว่างนั้นหนึ่งในน้องที่สัมภาษณ์ก้อเดินเข้าเดินออก คอยเตือนอีกคนให้รักษาเวลา เปิดใบสมัครฉันออกมาแล้วชี้ๆจาก resume ว่าให้ถามนี้ๆๆ หน้าตาคนสัมภาษณ์ก้อยิ้มตลอด eye contact มอง(จนแทบจะจ้อง) ให้ความสนใจมากกกก ยื่นหน้ามาข้างหน้า พยักหน้าแทบทุกคำพูดเหมือนจะช่วยลุ้นให้มีคำตอบดีๆหลุดจากปาก แต่นั่นแหละเป็นอะไรที่ทำขนุนสติแตก ทั้งๆที่นั่งรอดีๆอยู่หน้าห้อง แต่เข้าไปแล้วล่กอย่างแรง..คาดว่าคะแนนคงเฉียดศูนย์

ห้องที่สอง..คำถามเดิม introduce yourself พูดได้สักห้านาทีด้วยความรู้สึกสบายๆ ตามด้วยคำถามอื่นๆที่ได้โอกาสตอบแบบไม่รู้สึกว่าถูกขัดจังหวะ ถ้าคิดไม่ออกแล้วเริ่มแถ อาจารย์ก้อจะมีคำถามช่วยไกด์ให้ เพิ่งเข้าใจว่าการฟังโดยไม่ตัดสินเป็นยังไง อาจารย์ทำให้หนูรู้สึกแบบนั้นอ่าค่ะถึงแม้รู้ดีว่ามีใบคะแนนอยู่ในมือ silence technique บ่อยมาก eye contact กำลังดี ทั้งๆที่อาจารย์ก้อมองเราอยู่ตลอดแต่เราไม่ได้จ้องหน้ากันตลอดเวลา อาจารย์นั่งเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย และสีหน้าแววตาไม่แสดงอารมณ์ขึ้นลงใดๆ  ใจเย็นมากไม่สะดุ้งสะเทือนต่อเสียงกริ่ง และห้องนี้ยังแสงสลัวกว่าห้องแรกด้วย ทั้งๆที่ถูกเรียกให้รีบๆเข้าไปอ.รอนานแล้ว แต่เข้าไปแล้ว calm down อย่างยิ่ง  รู้สึกว่าเป็นสิบห้านาทีที่ perfect มากเหมือนว่าบทสนทนามันลื่นต่อๆกันไปหมด ..สรุป ปลื้มค่ะปลื้ม

ห้องที่สาม..รู้สึกว่าอาจารย์มีคำถามเยอะแยะมากมายที่เตรียมไว้แล้ว แล้วถ้าตอบไม่ค่อยจะได้อาจารย์ก้อจะเปลี่ยนคำถามไปเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามปลายปิดด้วย แต่บรรยากาศก้อสบายๆไม่กดดัน  รู้สึกเหมือนบทสนทนาดีๆที่ขาดเป็นช่วงๆ

…กลับมานั่ง search เล่นๆ ว่าอาจารย์ทั้งสองคนอยู่ภาคไหนกันนะ
ได้ความว่าอาจารย์สมชัย..ศัลยศาสตร์ อาจารย์สรชัย..สรีรวิทยา เกียรตินิยมอันดับหนึ่งทั้งคู่
น่านไง..ประสบการณ์มันต่างกานนนระหว่าง นศพ. , อาจารย์ preclinic และอาจารย์ clinic

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s