ความรักเป็นกระบวนการหนึ่งของการดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์

นิยามของ ความรัก …มีผู้ให้ความหมายไว้มากมายนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและในอนาคตก็คงมีเพิ่มขึ้นอีกนับไม่ถ้วน บ้างว่าคือความเข้าใจ บ้างว่าคือการเสียสละ บ้างว่าคือความอดทน ฯลฯ กล่าวโดยสรุปแล้ว ความรักเป็นนามธรรม ไร้ตัวตน ไร้คำจำกัดความที่แน่นอน ด้วยเหตุนี้ความรักจึงเป็นเรื่องปัจเจก รู้ได้เฉพาะบุคคลเท่านั้น  …หากตั้งคำถามว่า จะพิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์อาจตอบว่าเป็นเรื่องของสารเคมีจำเพาะภายในสมองซึ่งจะหลั่งออกมาตอนเกิดความรู้สึก รัก  นักคณิตศาสตร์อาจคิดสมการขึ้นมาคำนวณหาความสัมพันธ์ของระยะขจัด เวลา  และความรู้สึกขึ้นมาได้  นักจิตวิทยาอาจศึกษาความเป็นไปของวิธีตอบสนองต่อสิ่งเร้า …ทั้งนี้ทั้งนั้น นักทุกนักหากเป็นนักตรรกศาสตร์ไปด้วยก็จะต้องยอมรับว่า ในเมื่อไม่มีแม้แต่คำนิยามอันเป็นสากลแล้ว..เราจะพิสูจน์สิ่งที่ไม่มีตัวตนแน่นอนได้อย่างไร ณ จุดไหนที่จะเป็นเส้นแบ่งระหว่างคำว่า ใช่ และ มิใช่  …ดังนั้นเพื่อความไม่สับสน ข้าพเจ้าขอนิยามคำว่ารักในเรียงความนี้ ให้เป็นเรื่องปัจเจกคือบุคคลถือว่าใช่ก็คือใช่

ความรักเป็นกระบวนการหนึ่งของการดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์  เนื่องจากมนุษย์มีวงจรชีวิตหลายสิบปี  และตัวอ่อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อและแม่เป็นเวลานาน  อย่างน้อยที่สุดก็สิบปี (อย่างมากสุด infinity ตราบเท่าอายุขัยของตัวอ่อนนั้น) จึงจะสามารถเติบโตเป็นตัวเต็มวัย (adult) โดยสมบูรณ์ ทั้งนี้ หากได้รับการดูแลผิดพลาด  ตัวอ่อนอาจไม่สามารถพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยและต้องอาศัยพึ่งพิงพ่อแม่/ ญาติโกโหติกา/ มนุษย์อื่นที่มิได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด ต่อไปอีกตราบชั่วชีวิตดังได้กล่าวแล้ว  …และเนื่องจากตัวอ่อนใช้เวลานานมากในการพัฒนาเป็นตัวเต็มวัย  จึงจำเป็นต้องมีเครื่องยึดเหนี่ยวฝ่ายพ่อและแม่ของตัวอ่อนให้ทำหน้าที่ในช่วงเวลานั้น สิ่งนั้นก็คือ ความรัก

พัฒนาการของ ความรัก …มักเริ่มจากการต้องตาต้องใจเพศตรงข้าม  เรียกว่า ปิ๊ง ปลื้ม มนุษย์ที่มีเพศตรงข้ามมา ปิ๊ง หรือ ปลื้ม เป็นจำนวนมาก เรียกว่า ป๊อป(แม้แต่รองเท้ายังใช้ชื่อว่า ป๊อปทีน ใส่แล้วป๊อป เป็นการดึงดูดความสนใจจากวัยรุ่นซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มแรกของวัยเจริญพันธุ์)  สำหรับเพศชายแล้วมักมองที่หน้าตา และ secondary characteristic ของฝ่ายหญิงเป็นสำคัญ  ซึ่งถือว่ามีความสัมพันธ์กับการอยู่รอดของตัวอ่อนในระยะต้น  รูปร่างสมส่วนแสดงออกถึงปริมาณ  hormone ของหญิงนั้นซึ่งจำเป็นต่อการฝังตัวและการเจริญเติบโตในครรภ์ การคลอด การให้นม และยังเชื่อมโยงกับบุคลิกลักษณะนิสัยได้อีก  โดยในทางชีวภาพนั้น hormone เพศหญิงจะส่งผลให้มีความอ่อนไหว อ่อนโยน และดูแลผู้อื่นได้ดี  เรียกว่ามีความเป็นแม่อยู่ในตัว  ในขณะเดียวกันผลสำรวจบอกว่าหญิงให้ความสำคัญกับแนวคิด ทัศนคติ และสถานภาพทางการเงินของฝ่ายชายมากกว่ารูปร่างหน้าตา  สิ่งนี้มีความสัมพันธ์กับการอยู่รอดของตัวอ่อนในระยะยาว เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ป่าเราจะเห็นว่า ฝ่าย female จะเลือก male ที่แข็งแรงที่สุด จ่าฝูงมีตัวเมียในสังกัดมากกว่าตัวผู้อื่นๆ  ในสมัยโบราณยังมีการต่อสู้ประลองฝีมือกันเพื่อให้ได้ตัวหญิงสาวผู้สูงศักดิ์  ทั้งนี้เพราะในสมัยก่อนการอยู่รอดขึ้นอยู่กับพละกำลังเป็นสำคัญ  ส่วนในปัจจุบันความอยู่รอดของครอบครัวขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินรวมไปถึงการตัดสินใจและการรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมนานาประเภทในสังคม  (การเลือกคู่โดยมุมมองที่ต่างกันระหว่างหญิงชายนี้เห็นได้ชัดจากคู่เพียงฟ้าภราดร)

เมื่อผ่านการ screening ในขั้นแรกแล้ว ต่อมาฝ่ายหญิงและชายเริ่มทำความรู้จัก เรียนรู้นิสัยใจคอกันและกัน จนกระทั่งชอบใจและพัฒนาขึ้นเป็น ความรัก  จนถึงขั้นเลือกอีกฝ่ายเป็นคู่ครอง ผลสำรวจส่วนใหญ่บ่งชี้ว่าทั้งหญิงและชายมีแนวโน้มเลือกคู่ครองที่มีความคล้ายกับตน  อธิบายด้วยเหตุผลทางชีววิทยาได้ว่า  สิ่งมีชีวิตต้องการสืบทอดลักษณะของตนไปยังลูกหลาน  ยังไม่มีงานวิจัยชี้ชัดว่า gene มีผลต่อนิสัยใจคอของมนุษย์เช่นไร  แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อมนุษย์เลือกคู่ที่มีความคล้ายคลึง  ลักษณะที่คล้ายกันนั้นก็จะถูกส่งต่อไปได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะโดยผ่านทาง gene หรือโดยการเลี้ยงดู 

            เมื่อมนุษย์ทั้งคู่ได้ให้กำเนิดมนุษย์ตัวอ่อนขึ้นแล้ว โดยทั่วไปหากตัวอ่อนกำเนิดขึ้นจากความรักดังกล่าวไว้ในตอนต้น ตัวอ่อนนั้นก็จะได้รับความรักมากยิ่งขึ้นไปอีกเปรียบได้กับสมการอนุพันธ์ที่มีพจน์บวกมากขึ้นเรื่อยๆไม่มีจุดจบและไม่สามารถหาคำตอบได้ โดยเหตุผลที่ว่า ทั้งพ่อและแม่ต่างมีความรู้สึกว่าตัวอ่อนมีกำเนิดขึ้นจากตน คล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของตน  ลองจินตนาการว่า..หากมนุษย์ทั้งหญิงและชายสามารถออกลูกเป็นไข่และไข่นั้นฟักเป็นตัวได้โดยไม่ต้องผสม แต่มีข้อแม้ว่าชั่วชีวิตนี้ออกไข่ได้ไม่เกินห้าฟอง เพียงเท่านี้มนุษย์ผู้ให้กำเนิดก็ย่อมรู้สึกรักหวงแหนไข่แต่ละฟองยิ่งชีพเสียแล้ว  ..ในความเป็นจริงตัวอ่อนยังพิเศษกว่าไข่ตรงที่มีส่วนผสมของคนรักของตนอยู่ด้วย

…ระยะฟูมฟักตัวอ่อนกินเวลา  3-5 ปี  ก่อนที่ตัวอ่อนจะเริ่มช่วยตัวเองได้ทางกายภาพ  ระหว่างนี้พ่อและแม่จะเหนื่อยมากกับการหาอาหาร ทำความสะอาด ดูแลเรื่องการขับถ่าย และคอยระวังอุบัติภัย อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วระยะนี้ครอบครัวจะอยู่ในวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก ทำให้ทั้งพ่อ แม่ และตัวอ่อนผ่านไปได้อย่างไม่ลำบากนัก แต่หากขาดแคลนแรงขับเคลื่อน พ่อและแม่จะรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นเป็นทวีคูณ และตัวอ่อนจะมีพัฒนาการช้า อาจส่งผลต่อบุคลิกภาพในขั้นตัวเต็มวัย

            ในระยะต่อมาตัวอ่อนเริ่มมีพัฒนาการทางสติปัญญาและสังคม ระยะนี้กินเวลาแตกต่างกันมากดังได้กล่าวแล้ว อาจเปรียบได้กับระยะ G1 ใน cell cycle ซึ่งเป็นช่วงพัก สะสมสิ่งที่จำเป็นต่อการแบ่งตัวต่อไป ..ระยะนี้ก็เช่นกัน ตัวอ่อนจะได้สั่งสมประสบการณ์ชีวิต พัฒนาเป็นตัวเต็มวัยอย่างสมบูรณ์ก็โดยการช่วยเหลือของพ่อและแม่ สิ่งที่ตัวอ่อนได้รับในช่วงระยะเวลานี้นับว่าสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการเติบโต หากได้รับประสบการณ์ดีๆ ก็เปรียบได้กับสารอาหารชั้นดีที่ cell ได้รับ ทำให้พร้อมต่อพัฒนาการในขั้นถัดไป ในระยะนี้ตัวอ่อนสามารถช่วยตัวเองทางกายภาพได้แล้วทำให้พ่อและแม่ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาอาหาร ดูแลการขับถ่าย ฯลฯ แต่จากพัฒนาการทางกายภาพนี้เองทำให้ตัวอ่อนสามารถรับข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสต่างๆได้ดี และในยุคปัจจุบันที่มีสื่อมากมาย เช่น โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ ฯลฯ นอกจากนี้ มนุษย์ตัวอ่อนยังสามารถเดินไปทำความรู้จัก พูดคุยกับมนุษย์อื่นได้โดยตรงอีก ข้อมูลที่ได้รับเพิ่มนี้ตัวอ่อนยังไม่สามารถแยกแยะกลั่นกรองได้ว่าสิ่งใดดีสิ่งใดไม่ควรเกี่ยวข้อง ระยะนี้พ่อและแม่จะมีบทบาทเป็นผู้ช่วยจัดระบบประสบการณ์ของตัวอ่อน สร้างค่านิยม และทำให้เกิดเป็นอุปนิสัยและบุคลิกภาพของตัวอ่อนนั้นในที่สุด ดังได้กล่าวแล้วว่ามนุษย์มีแนวโน้มเลือกคู่ที่มีลักษณะนิสัยคล้ายคลึงกัน ทำให้ครอบครัวผ่านระยะนี้ไปได้โดยดี หาไม่แล้วพ่อและแม่ของตัวอ่อนที่มีการจัดระบบประสบการณ์แตกต่างกันมากย่อมก่อเหตุวิวาทบ่อยครั้งและทำให้ตัวอ่อนสับสนไม่สามารถพัฒนาบุคลิกได้โดยสมบูรณ์

            พัฒนาการขั้นสุดท้ายของ ตัวอ่อน ก่อนจะเป็น ตัวเต็มวัย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าช่วงเริ่มแรกของวัยเจริญพันธุ์ …มนุษย์เริ่มมีอาการ ปิ๊ง และ ปลื้ม เพศตรงข้าม (ย้อนกลับไปย่อหน้าที่ 3) นับเป็น cycle ใหม่ของการดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ ..หากพิเคราะห์ไปแล้วก็ละม้ายคล้ายคลึงกับ cycle ของ binary fission ของแบคทีเรีย ..หากแต่มนุษย์มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากกว่า และหากมองให้ลึกซึ้งแล้ว ..การถ่ายทอดลักษณะของตนไปยังลูกหลานยังส่งผลในหลาย generationไม่ใช่แค่เพียงรุ่นลูก หากเกิด ความรัก ขึ้นแล้ว พ่อ แม่ และตัวอ่อนย่อมมีความสุข เมื่อตัวอ่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ย่อมต้องการชีวิตครอบครัวที่มีความสุขดังเคยได้รับ ตัวอ่อนจะมองหาเพศตรงข้ามที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อหรือแม่ของตน แต่ถ้าครอบครัวมิได้มี ความรัก เป็นส่วนประกอบ ตัวอ่อนย่อมไม่ประทับใจและไม่ต้องการคู่ที่เหมือนพ่อ/แม่ของตน ในทางตรงกันข้ามอาจหลีกเลี่ยงอุปนิสัยไม่พึงประสงค์บางประการเสียอีก และนี่ก็คือ Natural Selection ที่เกิดขึ้นในหมู่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ นั่นเอง..

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s