นายฉงน

นายฉงน (ผลงานร่วมของนายป๋วยและนางสาวขนุน)

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…ส่วนใดที่ท่านเห็นว่าอุบาทว์อุจาดจินตนาการ โปรดรับทราบว่ามาจากนายป๋วย อุ่นใจแต่เพียงผู้เดียว

 

 

..นายฉงนเป็นน้องชายนายฉงาย นายฉงายเป็นพ่อของนายฉกาจซึ่งเป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนวัดดอนซึ่งเป็นที่ทำงานของนายฉงน นายฉงนเป็นภารโรงมีหน้าที่เก็บกวาดสิ่งสกปรกขยะมูลฝอยที่นายฉกาจและบรรดาเพื่อนๆก่อขึ้น ปกติแล้วนายฉกาจไม่อยากบอกใครว่าเป็นญาติกับนายฉงนเพราะกลัวคนหัวเราะ คนชอบหัวเราะนายฉงนเพราะเป็นคนประหลาด นายฉงนชอบร้องเพลงชาติดังๆก่อนชักธงชาติห้านาที แกว่าแกทำตามเวลามาตรฐานสากล นายฉงนชอบนอนกรนเวลานักเรียนพักกลางวัน แกว่านั่นไม่ใช่เวลางานแก นายฉงนชอบบ่นทำปากขมุบขมิบ เหล่านักเรียนชอบหยิบไปเป็นมุขตลก นายฉงนไม่ชอบใช้ช้อนส้อม แกว่ามือเปิบอร่อยกว่าแต่แกต้องใส่ถุงมือกินข้าวเพราะกลัวแบคทีเรียปนเปื้อน นายฉงนมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวชื่อเด็กชายฉกรรจ์ อันที่จริงแล้วเด็กชายฉกรรจ์ก็เป็นน้องชายนายฉกาจแต่นิสัยต่างกันราวซ้ายกับขวา เรื่องฮาๆของนายฉงนยังมีอีกมากมายสุดคณา หากคุณคิดว่ามีเพื่อนประหลาดก้อลองมาคบกับนายฉงน แล้วจะรู้ว่าคนประหลาดที่แท้จริงเป็นอย่างไร

          ..วันหนึ่งนายฉงนได้รับเชิญไปกินข้าวในงานเลี้ยงใหญ่ นายฉงนดีใจเพราะจะได้กินฟรี นายฉงนระริกระรี้รีบชักชวนเด็กชายฉกรรจ์ หากแต่อนิจจา ฟ้าไม่เข้าข้าง เด็กชายฉกรรจ์ไปด้วยไม่ได้ เพราะนางฉวีที่เป็นแม่ของเด็กชายฉกรรจ์ คาดโทษเอาไว้มาดมั่น จะจับขังในห้องน้ำทั้งวัน ถ้าเด็กชายฉกรรจ์ทำการบ้านเสร็จไม่ทัน เพราะวันทั้งวันเอาเด็กชายฉกรรจ์เอาแต่ติดเกมส์หนึบหนับ ..นายฉงนผู้เป็นคนชวนจึงเศร้าใจ ไม่รู้จะทำประการใด จะหาใครที่ไหน ที่จะไปกับแก คิดไปคิดมาก็คิดได้ จึงขอให้นายฉงายไปเป็นเพื่อน นายฉงายพยายามบิดพลิ้ว แต่ทนแรงตื้อของนายฉงนไม่ไหว จึงยอมไป แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเอานายฉกาจไปด้วย นายฉงนมัวแต่วุ่นเรื่องชักชวนที่บ้าน จนลืมบอกนางฉนวนเจ้าของงานว่าจะพาครอบครัวไปด้วย นางฉนวนก็มัธยัสถ์ เรียกง่ายๆ ก็คือขี้เหนียวนั่นแหละ จึงไม่ได้เตรียมที่ทางไว้เผื่อครอบครัวนายฉงน เรื่องวุ่นวายอลวนจึงเกิดขึ้น

            …เรื่องอลเวงเริ่มบรรเลงตั้งแต่นางฉนวนปะหน้านายฉงน นางฉนวนก็หันไปหานายจำนนผู้เป็นสามีและรับหน้าที่เชิญแขก นายจำนนกล่าวไปมีเหตุอันใดเมียจ๋า พูดไปพูดมากลายเป็นว่านายจำนนเชิญคนผิด ที่จริงนางฉนวนคิดจะเชิญนายฉงายพี่ชายนายฉงน แต่ในบัดดลนายฉงายก็โผล่หน้าให้นายจำนนเริงร่าเมียไม่ดุ…แต่เรื่องนี้ก็ทำให้นายฉงนมีอันเศร้าใจรู้สึกคล้ายส่วนเกิน จึงมองเมินเดินทอดน่องไปทั่วงานจนไปเจอนางสาวจำนรรจากำลังกวาดหญ้าอยู่หน้าบ้าน นายฉงนทักทายด้วยการตบไหล่แรงๆสามทีตามวิถีประหลาดของแกทำให้นางสาวจำนรรจาตกใจแต่หันมาก็จำได้ว่าภารโรงประหลาดที่โรงเรียนนั่นเอง นางสาวจำนรรจาซึ่งมีป้าคือนางฉนวนเห็นหน้าพิกลๆของนายฉงนก็ไต่ถาม นายฉงนได้โอกาสระบายความในใจก็ร้องไห้โหยหวนชวนสยองให้คนทั่วงานหันมามอง นางสาวจำนรรจาเห็นท่าไม่ดีก็รีบชิ่งหนีในทันใด ทิ้งให้นายฉงนสั่งน้ำมูกอยู่คนเดียว ..แล้วนายฉงนก็เหลียวเห็นกองหญ้าที่นางสาวจำนรรจากวาดทิ้งไว้

          ..และในทันใด นายฉงนก็ปิ๊งไอเดียบรรเจิด นายฉงนที่กำลังหัวใจเตลิดเพราะเหมือนว่าเกิดมาเป็นส่วนเกิน จึงดุ่มเดินมุ่งหน้าเข้าสู่กองหญ้าในทันใด เมื่อหัวใจที่แตกสลายผสมกับไอเดียวายร้ายของนายฉงน เรื่องวุ่นๆที่งานเลี้ยงบ้านนายจำนนจึงกลายเป็นเรื่องเม้าท์ติดลมบน วุ่นวายอลวน จนรู้ไปทั่ว กลายเป็นกิตติศัพท์ติดตัว เป็นเรื่องชวนหัว น่ากลัวนิดหน่อย เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า วันนั้น นายฉงนใจน้อยระบายความน้อยใจ  ไม่เก็บอาการใดๆ ปลดปล่อยอารมณ์ออกมายกใหญ่ เพราะนายฉงนปักใจ เชื่ออย่างไร้สงสัย ว่าถ้าเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่ปล่อยโทสา จะทำให้บ้า แกเลยไปโมโหโกรธาลงเอากับกองหญ้า ฉีกทึ้งดึงคว้า สะบัดไป มา ท่าทางราวกับลิงกอริลลา ถูกแย่งภรรยา บ้าอย่างออกหน้าออกตา จนแขกเหรื่อทั้งหลายที่มา ตกใจถ้วนหน้า รีบมามุงดู นายฉงนวิ่งไปร้องไปเหมือนหมู ในปากมีฟ่อนหญ้าอยู่ แต่อนิจจา อาจจะเป็นเทวดา หรือฟ้าดินกลั่นแกล้งไม่รู้ ก็เจ้าโฉมตรูดันเข้าไปอยู่ในหมู่ไทยมุง นั่นก็คือสาวน้อยจำเนียร นักเรียนสาวดาวรุ่ง ผิวกายหอมจรุง มีน้ำหอมน้ำปรุงลดราคา จำได้ว่า ตอนที่ย้ายจากโรงร้านบ้านนา นักเรียนหนุ่มๆ วัดดอนก็หน้าสลอนยืนหอนรับราวกับพวกเล็บงามยามเดือนสิบสอง แต่สาวเจ้าหน้าใสไม่ใฝ่ปอง ไม่ว่าชายใด คุณเธอก็ไม่ปรายตามอง แต่ดันไปส่งยิ้มหวานจ๋อยจนน้ำตาลจืดให้ภารโรงพุงป่องเสียนี่ ภารโรงคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร นายฉงนนี่ไง จะใครซะอีก เล่นเอานักเรียนชายหลายๆ คนค้อนปะหลับปะเหลือกไปตามๆ กัน นายฉงนถึงกับเก็บไปฝัน ว่าสาวเจ้านางนั้นจะรักเสียจนปักใจ หารู้เลยไม่ ว่าที่เธอมองไปในวันนั้น ด้วยความตกใจที่นายฉงนไม่ยอมรูดซิบ แถมทำปากขมุบขมิบอยู่ในร้านขายกิ๊บหน้าประตูโรงเรียนต่างหาก

            …แขกเหรื่อวี้ดว้ายวุ่นวายโกลาหลจนนายจำนนและนางฉนวนสุดทนขอร้องนายฉงายให้พาน้องชายกลับบ้าน นายฉกาจก็สุดแสนอายอยากขายผ้าเอาหน้าหนีรีบทำตัวเป็นหลานชายที่แสนดีด่วนจรลีจรจากช่วยพ่อลากนายฉงน  แต่เรื่องอลวนยังไม่สิ้นสุด นายฉงนเดินสะดุดกางเกงหลุดไปอยู่ตาตุ่ม นายฉงายเห็นดังนั้นก็ร้อนรุ่มกลุ้มใจรีบบังไว้ไม่ให้ใครทันเห็น แต่โอ้แสนยากเย็นการปิดบังเรื่องทุเรศทุรังของคนเรา นางสาวจำเนียรหันมาเห็นเข้าก็ร้องกรี๊ดหวีดสยิวยกมือปิดสิวที่ปลายคาง ได้ยินเสียงน้องนางร้องเช่นนี้หัวใจนายฉงนก็หล่นไปอยู่ตาตุ่ม ณ ตำแหน่งแห่งเดียวกับกางเกง นายฉกาจตั้งใจจะเข้าช่วยแต่ดันซวยทำพลาด ทั้งนายฉงนและนายฉกาจเลยล้มลุกคลุกคลานหน้าบ้านนางฉนวน เรื่องป่วนๆคงจบไปหากควายเพื่อนบ้านนางฉนวนไม่หลุดจากคอกออกเพ่นพ่านและผ่านไปที่เกิดเหตุ เหมือนอาเพทเหตุวิบัติสัตว์วิปริต ควายตัวนั้นเห็นกางเกงในสีแดงแปรดของนายฉงนก็สุดทนแสนหงุดหงิดอยากขวิดไล่ นายฉงนแสนตกใจกับภัยร้ายที่มาถึงรีบตะบึงหนีควายไปท้ายหมู่บ้าน ตะลีตะลานปีนต้นไทรใหญ่มหึมา

            .. อนิจจา ต้นไทรที่ว่าดันเป็นที่สิงสถิตย์ของนางไม้และรุกขเทวา  ระหว่างนายฉงนตะเกียกตะกายหนีมหิงสา เสียงกรี๊ดวี๊ดว้ายของนายฉงนที่ดังยิ่งกว่าวงมโหฬียกมา ทำเจ้าพ่อไทรใหญ่และเจ้าแม่ไทรย้อยศรีภรรยา ที่สถิตย์อยู่ในไทรใหญ่มหึมา ต๊กกะใจตื่นขึ้นมา ดูเหตุการณ์วิปลาสให้อุจาดลูกกะตา ย้อนกลับมาดูฝั่งสองพ่อลูกกันบ้างจ้า ด้วยอารามตกใจเหลือคณา นายฉงายนายฉกาจจึงร้องเสียงหลงไปไม่เป็นท่า แต่พอจะจับความเดาได้ว่า ถอดทิ้งไป ถอดทิ้งไปครั้นนายฉงนได้ฟังก็บรรลุในทันใด รีบถอดกางกางใน เขวี้ยงมันออกไป ให้ลิงสีแดงปลิวว่อนไสว ร่อนไปกับสายลม แต่ควายเจ้ากรรมก็ยังไม่พอใจ ยังตามขวิดตามไล่ ไม่ยอมลดละ นายฉงนมองไม่เห็นทางอื่นใด นอกจากตะเกียกตะกายต้นไทร กระดึ๊บ กระดึ๊บต่อไป กางแข้งกางขา ท่าเหมือนเขียดตะกายฟ้า กางเกงก็ไม่มีปิดหว่างขา ปล่อยให้มันห้อยลงมา เผอิญดันไปตรงระดับสายตา เจ้าแม่ไทรย้อยเทวาเข้าพอดี

            กรี๊ดดดดดด! เปรต เจ้าแม่ร้องออกมา ฝ่ายไทรใหญ่รุกขเทวาหันไปมองภรรยา ร้องบอกไปว่า อย่าไปสนใจคนบ้า ไทรย้อยถึงกับตบอุรา ร้องตอบกลับมา ในทันทีว่า ยอมได้ไงคะที่รักขา ก็มันเห็นอยู่โต้งๆ ว่า นี่เป็นการหยามน้ำหน้า ชัดๆ ก็เจ้านี่น่ะนะค้าาาาา มันใหญ่กว่าของที่รักซะอีก เจ้าพ่อไทรใหญ่สดับคำศรีภรรยา กรี้วโกรธโกรธา ปราดคว้าศาสตรา เจ้ามนุษย์ชั่วช้า บังอาจมาปีนบ้านข้า กางเกงในก็ไม่ใส่มา จำจะสั่งสอนให้รู้บ้างว่า ไผเป็นไผ …   ว่าแล้วเปิดพุงทันใด กระแทกออกไป เสียงดึ๋งสนั่นหวั่นไหว ไม่ให้เสียชื่ออดีตซูโม่ แล้วหันกลับมาคุยโว คุยทับคำโต เห็นไหมคะน้องขา ของใครใหญ่กว่า ของพี่นี้หนา ในทั่วหล้า หามีผู้ใด จะมาเทียบมาเทียมความใหญ่ได้หรอก ฝ่ายไทรย้อยภรรยา ยินดีปรีดา จะมีใครสะดือใหญ่กว่าสะดือพระสวามีข้าเป็นไม่มี…

          ฝ่ายเจ้าพ่อไทรใหญ่แสนยินดี ฟังคำมเหสี ข้านี้ใหญ่จริง…แม่ยิ่งยอดรักไทรย้อย มาเสด็จพี่จะเป่าปี่เพลงโปรดให้เจ้าฟัง ว่าแล้วก็บรรเลง..แอ่ อี๊ แอ แอ่ แอ๋ ค้างคาวกินกล้วยนั่นเอง บรรเลงไปได้ไม่ทันไรนายฉกาจกับนายฉงายก็ไล่นายฉงนและควายมาทัน  ยังมีบรรดาไทยมุงแขกเหรื่อที่ตื่นเต้นวิ่งตามมาติดๆ ทั้งหมดนั่นก็ได้เห็นภาพอันแสนพิสดาร..รุกขเทวานุ่งผ้าโจงกระเบน ท่อนบนมีเพียงสายสังวาลย์คาดไว้ สะดือใหญ่ยิ่งกว้างเหลือลึกล้น นั่งอารมณ์ดีเป่าปี่อยู่บนต้นไทรบนกิ่งใหญ่เหนือหัวนายฉงน  ข้างกายรุกเทวานั่นยังมีหญิงสาวหน้าตาดีนุ่งชุดรำเซิ้งห้อยโหนอยู่กับรากไทรย้อย กำลังปรบมือหัวร่อร่า ..ทั้งนี้เพราะเจ้าพ่อและเจ้าแม่มิทันระวังตัวจึงลืมร่ายมนต์แฝงตนจากสายตามนุษย์  ครั้นเมื่อรู้ตัวเข้าเจ้าพ่อไทรใหญ่ก็หยุดเป่าปี่กะทันหันแล้วชวนชักเจ้าแม่ไทรย้อยชะแว้บหลีกหลบเข้าต้นไทร ..ฝ่ายนายฉงนยังมิทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นนึกว่าชาวบ้านอ้าปากค้างมองตน ก็ดีใจเหลือล้นที่มีคนสนใจ ลืมตัวลืมตายลืมควายที่ไล่ขวิด ปล่อยมือทั้งสองที่เกาะต้นไม้หล่นลงดังตุ๊บให้ชาวบ้านได้แตกตื่นกันอีกครา คราวนี้มหิงสาแม้จะอยู่ใกล้แต่อารามกลัวคนมากมายจึงได้หยุดอารมณ์ร้ายไว้เพียงเท่านั้น ..ในที่สุดนายฉงายก็พานายฉงนกลับบ้านได้แต่โดยดี และที่ต้นไทรแห่งนั้นก็กลายเป็นที่ขอหวยไปโดยปริยาย เรื่องวุ่นวายก็จบลงเพียงเท่านี้ เอวัง!

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to นายฉงน

  1. Puey says:

    น่าเกลียดมาก เขียนแบบนี้ เสียหาย เสียหายยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s